วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

เปเปอร์มาเช่

ผมเคยลงเรื่อง การผลิตชิ้นงานจากกระดาษหนังสือพิมพ์ นั่นก็เป็นวิธีการหนึ่งในการทำเปเปอร์มเาเช่
เปเปอร์มาเช่ เป็นงานที่สามารถทำได้หลายรูปแบบและทำได้ง่าย ใช้เทคนิคง่ายๆ วัสดุที่ใช้ก็หาได้ง่ายและราคาถูกคือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้แล้ว กระดาษพิมพ์ดีดหรือกระดาษที่ไม่มีลวดลายสำหรับปิดชั้นนอกสุดเพื่อเตรียมการลงสี ต่างๆ เหล่านี้สามารถหาได้ทั่วไปในท้องตลาด หลักการทำของงานเปเปอร์มาเช่คือ การนำกระดาษที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และผ่านการแช่น้ำจนเปื่อยแล้วมาปิดลงบนแบบที่เตรีบมไว้ ปิดหลายๆ ชั้น แต่ละชั้นจะทากาวไว้และจะต้องรอให้กาวแห้งก่อน แต่งผิวให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจึงตกแต่งด้วยสี การเปเปอร์มาเช่เป็นงานที่คุณสามารถสร้างผลงานตามจินตนาการของตัวเองได้โดยไม่ซ้ำแบบใคร ลงทุนน้อย

เปเปอร์มาเช่ จากเศษหนังสือพิมพ์

                จากเศษหนังสือพิมพ์ที่ไร้ค่า สามารถนำมารังสรรค์ปั้นแต่ง เป็นชิ้นงานที่มีราคาแถมขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ลงทุนไม่มาก ที่สำคัญเจ้าของไอเดียเผยอย่างหมดเปลือก ไม่น่าเชื่อว่าชิ้นงานที่เห็นอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นแจกัน กรอบรูปงานปั้นตัวสัตว์เหล่านี้ประดิษฐ์มาจากเศษวัสดุ หนังสือพิมพ์เป็นสินค้าที่เน่าง่ายที่สุด
ที่ว่า "เน่า" ในที่นี้หมายถึงหมดราคาจำหน่ายไม่ได้ต้องนำไปทำอย่างอื่นเพียงสถานเดียว (เว้นแต่ผู้ที่เก็บข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไว้อ้างอิงในอนาคต) เพราะเพียงชั่วข้ามคืน หรือว่าล่วงเลยจากวันที่ที่กำหนดบนหน้าหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์เล่มนั้นก็แทบจะไม่มีใครหยิบอ่าน หรือแทบจะหมดความหมายทันทีหากเป็นของร้านค้าก็เตรียมตัวตีกลับโรงพิมพ์ แต่ถ้าเป็นของผู้บริโภคก็รอวันชั่งกิโลขาย หากราคาได้น้อยนิดก็ปล่อยให้ผุพังไป



หลายท่านคงเคยเห็นหมูออมสินกระดาษหรืออาจเป็นม้ากระดาษที่เด็กๆ สามารถขึ้นไปขี่ได้ ตุ๊กตาหรืออื่นๆ ปัจจุบันมีผู้ทำงานเหล่านี้น้อยลงที่เคยเห็นมีขายก็มีแถวถนนสาธร งานกระดาษปัจจุบันที่เห็นมีขายจะเป็นงานเปเปอร์มาเช่ การนำกระดาษแข็งมาประกอบเป็นกล่องหรืออาจเป็นรูปแบบอื่นๆและทาสี ตกแต่งลวดลายต่างๆให้ดูเก๋ก็สามารถนำออกขายทำรายได้ เป็นงานที่ทำได้ไม่ยากแถมวัสดุที่ใช้ก็หาง่าย ราคาถูกสุดๆ คือหนังสือพิมพ์เก่า วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีดังนี้

วัสดุที่ต้องใช้ในการทำเปเปอร์มาเช่ มีดังต่อไปนี้

·       แม่แบบที่ต้องการ
·       กรรไกร
·       Petroleum Jelly
·       แปรงทาสี / พู่กัน
·       กระดาษ
·       สีอคริลิค
·       แป้งเปียก
·       ยูริเทน
·       กระดาษทรายชนิดละเอียด



ขั้นตอนการทำ เปเปอร์มาเช่

·       เคลือบแม่แบบที่ต้องการด้วย petroleum jelly ให้ทั่ว
·       ฉีกกระดาษที่เตรียมไว้เป็นชิ้นหรือแถบเล็กๆขนาดประมาณ 1x2 นิ้ว
·       นำกระดาษมาทาแป้งเปียกและปิดทับบนแม่แบบนั้น
·       ปะกระดาษให้เหลื่อมกันจนครบทั้งชั้น หลังจากนั้นก็เริ่มปะเช่นเดียวกันในชั้นถัดไป
·       ตากแดดหรือผึ่งลม เพื่อให้ เปเปอร์มาเช่ แห้งสนิท
·       แกะออกจากแม่แบบ
·       ใช้กระดาษทรายชนิดละเอียดขัด เปเปอร์มาเช่ ให้เรียบเนียน
·       ใช้กรรไกรตัดขอบที่ไม่ต้องการออก
·       ทาสี เปเปอร์มาเช่ ด้วยสีรองพื้นสีขาว
·       ทิ้งไว้ให้แห้ง
·       ลงสีบน เปเปอร์มาเช่ ตามต้องการ
·       เคลือบด้วยยูริเทน
·       ทิ้งไว้ให้แห้ง
วัสดุที่ต้องใช้
งานกระดาษที่ส่วนใหญ่ใช้กระดาษราคาถูกสุดๆ คือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ไม่ใช้แล้ว บ้างทีก็อาจจะได้มาแบบฟรีๆ บางครั้งเราอาจต้องการโชว์ลายหนังสือให้ดูเป็นธรรมชาติ กระดาษหนังสือพิมพ์ประเภทธุระกิจสีขาวก็ใช้ได้ กล่องที่นำกระดาษจากนิตยสารฝรั่งมาปิดชั้นนอกสุดเสร็จแล้วเคลือบด้วยน้ำยายูริเทนก็ดูเสวยน่าใช้ อันนี้ขึ้นอยู่กับไอเดียในการตกแต่งของแต่ละคน นอกจากนี้กระดาษชนิดอื่นก็สามารถนำมาใช้ในการตกแต่งได้เช่น กระดาษย่น การ์ดต่างๆ กระดาษแก้ว กระดาษที่ได้จากถุงกระดาษทั้งแบบสีเรียบและมีลวดลาย

เครื่องมือและอุปกรณ์
1
กรรไกร
2
มีดคัตเตอร์ เวลาใช้ระวังนิ้วมือด้วยครับ
3
แผ่นรองตัด เพื่อป้องกันไม่ให้คมมีดทะลุไปโดนผิวโต๊ะ
4
กาว
5
สี ใช้สีพลาสติกหลายๆ สีตามแบบที่จะทำ
6
เคลือบเงา อาจใช้แล็กเกอร์ทาหรือเป็นสเปรย์พ่นก็ได้ มีให้เลือกทั้งแบบเงาและด้าน ถ้าเป็นพื้นผิวสีขาวแบบทาจะทำให้สีหม่นลงเล็กน้อย ดังนั้นใช้แบบพ่นจะดีกว่า และถ้าเลือกได้กรุณาใช้แบบที่ไม่มีสาร CFC ก็ดีครับ นอกจากแลกเกอร์แล้วอาจใช้วานิช หรือต้องการแบบทนการขีดข่วนก็ยูริเทนเลยครับ หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป
7
แปลงทาสีหลายๆขนาด แปลงขนาดเล็กที่ใช้วาดลวดลายละเอียดๆขอแนะนำให้ใช้แบบที่มีคุณภาพดีหน่อย ผลงานออกมาจะได้สวยและดูมีราคา
8
กระดาษทรายละเอียด ตะไบขัดเล็บก็ใช้ได้ดีครับเวลาทีเราต้องการขัดในพื้นที่เล็กๆแคบๆ แต่ไม่ควรนำมาใช้โดยเจ้าของไม่อนุญาติครับ เดี๋ยวได้เครมประกันไม่รู้ด้วยล่ะ
9
อุปกรณ์ตกแต่งเช่น ตาไก่ ลูกปัด เหล่านี้หากต้องใช้หาซื้อได้ที่แผนกเย็บปักถักร้อยตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
10
โต๊ะที่ใช้ในการทำงาน ควรเป็นโต๊ะที่มีผิวหน้าเรียบ สะอาด มีความมั่นคงแข็งแรง





ข้อควรระวังในการทำงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์หลายอย่างเมื่อไม่ใช้งานควรเก็บให้มิดชิด พ้นมือเด็กเช่น มีด กรรไกร สี วัสดุตกแต่งชิ้นเล็กๆ ที่เด็กอาจนำเข้าปากเพราะสีสวยๆ เศษกระดาษ กาว ทุกอย่างต้องเก็บให้เรียบร้อยอย่าทิ้งไว้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย

การวาดและการตัดกระดาษ
ควรใช้ดินสอที่มีความเข้ม HB หรือที่มีควมเข้มน้อยๆ ใช้เพียงร่างเส้นให้เห็นเท่านั้น กรณีที่ต้องตีเส้นให้ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเช่น วงกลมก็ใช้วงเวียน หากเป็นวงกลมขนาดเล็กอาจใช้ไม้บรรทัดที่มีรูวงกลมขนาดต่างๆ อย่าใช้เหรียญมาทาบแล้ววาด งานที่ได้อาจไม่สวยนัก ส่วนการตัดควรใช้มีดคัตเตอร์หรือกรรไกรที่คม ใบมีดที่ใช้ไปนานๆ ความคมเริ่มกลายเป็นความทื่อก็สามารถเก็บไว้ใช้ตัดตัวแบบได้

การนำชิ้นงานมาต่อติดกัน
บางกรณีเมื่อเราต้องการจะถอดแบบกระดาษออกจากแม่พิมพ์บางครั้งถอดตรงๆไม่ได้ จำเป็นต้องตัดออกเป็นสองหรือสามส่วน เมื่อจะประกอบเข้าด้วยกันก็ทากาวตรงรอยต่อและจับประกบจากนั้นจึงปิดตรงรอยต่อด้วยกระดาษกาว ( ดูภาพการนำแบบออกจากแม่พิมพ์ )

กาว
งานเปเปอร์มาเช่เป็นงานที่สามารถสร้างสรรได้ตามจินตนาการ ทำให้งานนี้สามารถพัฒนารูปแบบไปได้อย่างไม่รู้จบ ข้อดีก็คือเป็นงานที่ลงทุนไม่มากนัก ทำคนเดียวก็ได้ เครื่องไม้เครื่องมือส่วนใหญ่ก็ใช้จากที่ทุกครัวเรือนมักจะมีอยู่แล้ว ลองศึกษาเทคนิคการทำต่างๆ และนำไปปรับใช้ดูและถ้ามีผลงานอยากจะอวดส่งมาให้ดูได้เลย
กาวนี้มีหลายสูตร สูตรหนึ่งจากผู้ที่มีอาชีพทำกระปุกหมูออมสินกระดาษขาย  กระปุกหมูกระดาษสีแดงสด เมื่อมีเหรียญอยู่ภายในการยึดเกาะของกาวจึงต้องมีความแข็งแรงพอ ส่วนผสมมีดังนี้
สูตรกาว
1
แป้งมัน
0.4
กก.
2
แป้งข้าวเจ้า
1
กก.
3
สารส้ม
1
ก้อน
4
น้ำ
4
ลิตร
วิธีทำ
1
นำแป้งมันและแป้งข้าวเจ้าใส่ลงในหม้อ เติมน้ำลงไปพอคนให้เข้ากัน พักไว้
2
เทน้ำส่วนที่เหลือลงในหม้ออีกใบต้มจนเดือด ใส่สารส้มลงไป 1 ก้อน คนให้สารส้มละลาย
3
นำส่วนผสมแป้งขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อนและนำส่วนผสมข้อ 2 เทลงในส่วนผสมข้อ 1 เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเหนียว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

การทำพิมพ์
การทำเปเปอร์มาเช่บางครั้งเราจำเป็นต้องทำพิมพ์ขึ้นมาก่อน เราสามารถใช้ไม้อัดมาเป็นฐานในการหล่อพิมพ์หรือจะใช้จานที่มีพื้นผิวแบนเรียบก็แล้วแต่กรณี เมื่อทำพิมพ์เสร็จแล้วก็เก็บผิวงานให้เรียบร้อยด้วยกระดาษทรายละเอียดอีกครั้ง

เทคนิคต่างๆ ในการทำงานเปเปอร์มาเช่
งานเปเปอร์มาเช่นี้เมื่อเข้าใจการทำและชำนานพอสมควรแล้วคุณสามารถสร้างงานขึ้นมาได้เองได้โดยไม่จำเป็นต้องลอกแบบใคร เทคนิคและวิธีการทำต่างๆ ที่จะกล่าวถึงนี้ใช้ในการทำผลงานสวยๆ ของคุณเองแหละ และที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่นำไปประยุกต์ใช้ในการประดิษฐ์งานเปเปอร์มาเช่ซึ่งจะมีตัวอย่างการทำอยู่ท้ายสุดของบทความนี้

เคล็ดลับ
·       พยายามฉีกกระดาษตามแนวเพื่อให้ได้ขนาดที่เท่าๆกัน ถ้าฉีกตาม
ขวางจะทำให้กระดาษมีขนาดที่ไม่เท่ากัน
·       เพื่อป้องกันกระดาษในแต่ละชั้นเผยอออกมา ให้ใช้กระดาษชิ้นเล็กๆ
ปะทับรอยต่อแทนที่จะใช้กระดาษชิ้นใหญ่ๆ






การตัด
                การใช้มีดคัดเตอร์ตัดควรทำบนโต๊ะที่มีผิวเรียบ ไม่มีร่องหลุมหรือหัวตะปูให้สะดุด มีความมั่นคงและควรมีแผ่นรองตัดรองอยู่ด้านล่าง ในการกรีดตัดควรทำการกรีดนำร่องไปก่อนแล้วจึงกรีดซ้ำรอยเดิมให้กระดาษขาดออกจากกันอีกครั้ง ถ้าเป็นการกรีดเส้นตรงควรใช้บรรทัดที่ทำจากโลหะด้วย ที่สำคัญที่สุด ระวังนิ้วด้วย



การทำแบบพิมพ์โดยใช้กระดาษแบบง่ายๆ
เทคนิคที่ประหยัดและทำได้ง่ายๆในการทำแบบพิมพ์จากกระดาษซึ่งควรเป็นกระดาษที่มีความหนาพอสมควรเช่น กระดาษการ์ด เมื่อเราร่างแบบลงบนกระดาษเรียบร้อยแล้วก็นำมาตัดออกและประกอบกันโดยใช้เทปกระดาษ (ดูรูป)

ภาพแสดงการทำแบบพิมพ์จากกระดาษแข็ง



การทำแบบพิมพ์โดยใช้ดินน้ำมัน

เราอาจใช้ดินน้ำมัน ปูนปลาสเตอร์หรือวัสดุขึ้นรูปอย่างอื่นมาใช้ โดยขั้นแรกนำมาคลึงด้วยไม้ทรงกระบอก หรืออาจใช้ขวดก็ได้เพื่อให้ดินอ่อนตัว จากนั้นนำแบบที่เตรียมไว้แล้วมาทาบ ใช้ใบมีดคัตเตอร์ซึ่งสามารถใช้ใบมีดเก่าที่ไม่ค่อยจะคมแล้วมากรีดตัดออกตามแบบ เสร็จแล้วทำการแต่งผิวตามขอบให้มนดูเป็นธรรมชาติ

ภาพแสดงการนำดินน้ำมันมาขึ้นรูปตามแบบที่ต้องการ



การนำกระดาษมาปิดเป็นชั้นๆ เพื่อขึ้นรูป

การทำเปเปอร์มาเช่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้ เป็นการนำกระดาษมาตัดหรือฉีกเป็นท่อนเล็กๆ ทากาวและปิดลงบนแบบ จากนั้นทิ้งไว้ให้แห้งแล้วปิดชั้นต่อไป ระหว่างรอชิ้นงานแห้งก็อย่าลืมปิดฝาขวดกาวด้วย เดี๋ยวจะแห้งกันหมดพอดีไม่มีใช้ ในการปิดกระดาษในชั้นแรกควรทากาวบางๆ และในทุกๆ ชั้นควรวางกระดาษในแนวเดียวกันเพื่อความแข็งแรง หากใช้กระดาษที่มีสีหรือลวดลายแตกต่างกันในแต่ละชั้นก็จะช่วยให้เราแยกความแตกต่างออกอย่างชัดเจนและสามารถปิดกระดาษได้เรียบร้อยไม่ขาดตกที่ใดที่หนึ่ง ตามซอกมุมที่นิ้วมือไม่สามารถเข้าถึงอาจใช้ใบมีดช่วยในการกดการะดาษให้แนบกับแบบตามซอกมุมต่างๆ ได้


ภาพแสดงการนำกระดาษมาตัดออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กยาว ทากาวและปิดลงบนแบบที่เตรียมไว้


การนำกระดาษมาบดเพื่อใช้เป็นวัสดุขึ้นรูป
นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 2.5 ตารางเซนติเมตร แล้วนำไปใส่ในชามอ่างขนาดใหญ่ เติมน้ำและแช่ทิ้งไว้ 6 - 8 ชั่วโมง จากนั้นนำลงต้มให้เดือดประมาณ 20 นาที รอให้เย็นลง เทกาวลงไปผสม คนให้เข้ากัน ใช้ช้อน ( ใหญ่ ) กดให้แบนเพื่อคั่นส่วนที่เป็นน้ำออกเหลือแต่เนื้อกระดาษหมาดๆ ถ้าใส่ไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิดเช่น ถุงพลาสติกมัดปากถุงให้แน่นหรือใส่กล่องที่มีฝาปิดมิดชิดจะเก็บไว้ได้นาน เราสามารถนำมาใช้ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆหรือปั้นตามแบบที่ต้องการได้

ภาพแสดงการนำกระดาษขนาดประมาณ 2.5 ตารางเซนติเมตรมาแช่น้ำจนเปื่อยและนำมาบดละเอียดเพื่อไว้ใช้ในการขึ้นรูป


การนำแบบออกจากแม่พิมพ์
กรณีที่เราใช้ดินน้ำมันหรือวัสดุใดๆมาขึ้นเป็นแบบ เมื่อนำชิ้นกระดาษมาปิดจนมีความหนาพอแล้วต้องการจะแกะแบบออกจากแม่พิมพ์ ถ้าไม่สามารถถอดออกตรงๆ ได้ก็จำเป็นต้องตัดออกเป็นสองส่วนหรืออาจจะเป็นสามส่วนขึ้นอยู่กับลักษณะรูปร่างของต้นแบบ ถอดเอาดินน้ำมันหรือวัสดุขึ้นรูปออกจากพิมพ์ เสร็จแล้วตัดตกแต่งขอบให้เรียบร้อย ทากาวตามขอบและนำมาประกบกัน ติดด้วยเทปกาวแล้วจึงปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ทากาวอีกสองหรือสามชั้นจึงจะทำการเตรียมผิวเพื่อตกแต่งด้วยสีต่างๆ
ภาพแสดงการตัดแบบออกจากแม่พิมพ์เพื่อนำดินน้ำมันที่อยู่ภายในออกและนำมาประกบเข้าด้วยกัน


การขัด การพอก และการรองพื้น
เมื่อเราทำงานจนได้เป็นรูปร่างมาเรียบร้อยแล้ว งานต่อไปก็จะต้องทำการลงสี แต่ก่อนจะลงสีจำเป็นต้องมีการเตรียมผิวงานให้เรียบร้อยก่อน สีที่ได้จะได้จึงจะดูสวยและเรียบร้อย เราควรใช้กระดาษทรายค่อยๆ ขัดบริเวณที่มีเสี้ยนหรือบริเวณที่มีพื้นผิวไม่เรียบ ตะไบเล็บอันเล็กๆ เป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ดีและมีประสิทธิภาพเหมือนกันครับกรณีที่ต้องตะไบบริเวณที่เป็นมุมเล็กๆ แคบๆที่กระดาษทรายเข้าไม่ถึง ส่วนบริเวณที่เป็นรอยบุ๋มลึกอาจใช้ขี้เลื่อยที่ได้จาการเลื่อยไม้มาผสมกาว คนให้เข้ากันทาลงบริเวณที่เป็นรอยบุ๋มลึก รอให้แห้งและแต่งด้วยกระดาษทรายอีกครั้ง

ภาพแสดงการขัดผิวด้วยตะไบ การพอกเพื่อตกแต่งส่วนที่ยังไม่เรียบร้อยก่อนการขัดด้วยกระดาษทรายอีกครั้งและทาสีรองพื้น


หลังจากทำการขัดเสี้ยน พอกตกแต่งผิวและรอจนแห้ง ขัดด้วยกระดาษทรายจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าต้องการให้สีสวยจริงก็ทำการลงสีรองพื้นก่อนที่จะลงสีและลวดลายต่างๆ ทั้งนี้กระดาษที่ปิดอยู่ชั้นนอกสุดควรจะเป็นกระดาษสีขาวที่ไม่มีลวดลวดใดๆ

การลงสีโดยใช้ฟองน้ำ
ปกติการทาสีจะใช้แปลงทาสีขนาดต่างๆ แต่การทาสีโดยใช้ฟองน้ำทำให้ได้งานที่ดูแปลกตา เนื้อสีก็จะไม่หนาจนเกินไป ใช้ฟองน้ำซับสีเบาๆ ต้องระวังอย่าซับสีมากจนเกินไปเพราะสีที่ได้จะเลอะและหนาเกินไป งานสีภายในตามอาคารต่างๆ บางแห่งก็ใช้เทคนิคนี้เช่นเดียวกัน โดยอาจรองพื้นด้วยสีขาวก่อนและลงสีโดยใช้ฟองน้ำด้วยสีเทาอ่อนหรือสีอื่นๆ ตามต้องการ ดูสวย สว่าง การจัดเฟอร์นิเจอร์ก็ง่ายด้วยเพราะสีผนังจะเป็นสีอ่อนๆ


ภาพแสดงการลงสีโดยใช้ฟองน้ำ
วาดแบบลงบนกระดาษก่อน เจาะรูส่วนที่จะทำให้เกิดลายแล้วทาบลงบริเวณที่จะลงสีโดยใช้เทปกระดาษปิดไม่ให้เลื่อน

การทำสีลายนูน
การทำสีลายนูนช่วยทำให้งานมีลักษณะกึ่งสามมิติ แลดูแปลกตา แต่ก็ช่วยให้ผลงานที่ได้มีราคาขึ้น แต่ต้นทุนก็สูงขึ้นมากด้วยเพราะสีมีราคาแพง ในการลงสีลายนูนอาจใช้วัสดุต่างๆ มาใช้ในการตกแต่งเพื่อให้ดูสวยงามขึ้น
ภาพแสดงการลงสีลายนูนโดยใช้ภู่กัน ตกแต่งงด้วยกากเพชร คริสตัล ลูกปัดขนาดเล็กลงบนผืนผ้าที่จะนำมาทำแขนเสื้อของตุ๊กตา


ตัวอย่างการผลิตงานเปเปอร์มาเช่
ตุ๊กตาแมวเหมียว
ตัวอย่างการทำตุ๊กตาแมวเหมียวน่ารักๆ มาฝากพอเป็นไอเดีย เสร็จแล้วจะเปลี่ยนแปลงสี ลวดลายอย่างไรแล้วแต่ความชอบ ดูรูปแล้วจะเห็นว่าน่ารักแบบนี้ ขายได้แน่ ใช้เป็นของขวัญก็ดูน่ารัก นำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องก็ดูดี
ภาพตุ๊กตาแมวที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนลงสีจะเปลี่ยนสี ลวดลายเป็นอย่างอื่นก็ได้ครับ


วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ (ดู หัวข้อ วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์)
วิธีทำ
                นำวัสดุรูปทรงกลม เช่น โฟมรูปทรงกลม ลูกปิงปอง จากนั้นนำกระดาษหนาเช่นกระดาษการ์ดแต่งงานหรือกระดาษนามบัตรมาทำหูทั้งสองข้างของตุ๊กตาและติดลงบนทรงกลม ( ดูรูป ) นำกระดาษที่ผ่านการแช่น้ำแล้วมาปิดลงทั้งทรงกลมเป็นชั้นๆ ( ดูเทคนิคการนำกระดาษมาปิดเป็นชั้นๆเพื่อขึ้นรูป )
               
                ส่วนของโหนกแก้ม ตาและหางใช้กระดาษบด ( การทำกระดาษบดเพื่อใช้เป็นวัสดุขึ้นรูป ) นำมาปั้นตามแบบ ปล่อยไว้ให้แห้ง และทำการลงสีและลวดลาย


งานเปเปอร์มาเช่เป็นงานที่สามารถสร้างสรรได้ตามจินตนาการ ทำให้งานนี้สามารถพัฒนารูปแบบไปได้อย่างไม่รู้จบ ข้อดีก็คือเป็นงานที่ลงทุนไม่มากนัก ทำคนเดียวก็ได้ เครื่องไม้เครื่องมือส่วนใหญ่ก็ใช้จากที่ทุกครัวเรือนมักจะมีอยู่แล้ว ลองศึกษาเทคนิคการทำต่างๆ และนำไปปรับใช้ดู

ดอกไม้เปเปอร์มาเช่
การนำเศษกระดาษที่ทิ้งแล้วมาสร้างสรรค์งานศิลปะ ทำให้มีมูลค่ามากขึ้น แทนที่จะนำกระดาษที่ใช้แล้วทิ้งขยะ ก็สามารถแปรสภาพให้เป็นงานหัตถกรรมได้ อาทิ แจกัน โคมไฟ และดอกไม้เป็นต้น
เตรียมวัสดุ
·       เศษกระดาษที่ใช้แล้ว
·       ลวด
·       กรรไกร
·       พู่กัน
·       คัดเตอร์
·       สี สำหรับระบายดอกไม้ และ ใบไม้
·       แป้งเปียก



วิธีการทำ
1.    เริ่มจากดดลวดให้เป็นโครงกลีบ ซึ่งแล้วแต่จะทำเป็นดอกอะไร เช่น ดอกลั่นทม ดอกลิลลี่
2.       นำกระดาษที่ใช้แล้วมาทาแป้งเปียกแล้วนำมาติดบนโครงลวดแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง
3.       ส่วนใบถ้าทำดอกอะไร ก็ต้องทำใบของดอกไม้ชนิดนั้น ใช้วิธีดัดลวดให้เป็นรูปร่างของใบ
4.       นำดอกไม้และใบไม้ที่แห้งแล้วมาระบายสี แล้วค่อยจัดเป็นช่อให้ดูสวยงาม

เลือดกรุ๊ป O


อาหารสำหรับคนเลือดกรุ๊ป O




             เป็นเลือดของมนุษย์กลุ่มแรกของโลกที่ดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์เป็นอาหาร ดังนั้นคนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ จะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี เมื่อรับประทานโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์เป็นหลัก เลือดกรุ๊ปโอ สามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ทุกชนิด ยกเว้นสุกร เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูง จึงย่อยโปรตีนได้ง่าย และร่างกายเองก็มีความเป็นกรดค่อนข้างมาก แต่มักมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้า ทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานไม่ดีนัก  ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีปริมาณโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และควรเลือกรับประทานผักใบเขียวเพื่อให้ได้รับวิตามินเค ที่ช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเร็วขึ้น นอกจากผักใบเขียวแล้วคนเลือดกรุ๊ปนี้ ควรรับประทานมะเขือเทศ แครอท น้ำผลไม้รวม เพื่อเพิ่มเบต้าแคโรทีน เพื่อช่วยบำรุงสายตา และควรออกกำลังกายที่ใช้พลังงานมาก เช่น เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ เพราะจะช่วยควบคุมน้ำหนักให้คงที่เป็นอย่างดี
            คนเลือดกรุ๊ปโอ มักไม่ถูกกับอาหารประเภทผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช และถั่วต่างๆมากนัก เมื่อรับประทานอาหารประเภทนี้(ซึ่งไม่ได้เป็นอาหารของมนุษย์ยุคหิน)มากไปจะทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊สมาก และอ้วนง่าย
            ปัญหาความอ้วนที่พวกกรุ๊ปเลือดโอมักจะพบ เนื่องจากสารที่เรียกว่า กลูเต็น (gluten) ในธัญพืชที่รับประทานนั้น เป็นตัวขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานได้น้อย
 ยิ่งกว่านั้น สารเลคติน ในอาหารที่ทำจากถั่วจะยับยั้งประจุไฟฟ้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนกล้ามเนื้อ และพวกเลือดกรุ๊ปโอ ยังมักจะมีระดับไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ยับยั้งไทรอยด์ ฮอร์โมน คือกะหล่ำ ผักกาด แต่ควรรับประทานสาหร่ายทะเล อาหารทะเลมากๆ               
            เลือดกรุ๊ปโอควรงดกาแฟ น้ำอัดลม อาหารที่ทำให้กรดในกระเพาะเพิ่ม เนื่องจากทางการแพทย์พบว่า คนเลือดกรุ๊ปโอ จะมีอุบัติการณ์เป็นโรคกระเพาะมากกว่าปกติ
             อาหารทะเลที่แนะนำให้รับประทาน คือ อาหารในกลุ่มเนื้อปลาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปลากะพง ปลาอินทรี ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ขณะที่อาหารทะเลในกลุ่มกลางๆ เช่น หอย ปู ปลาเก๋า เป๋าฮื้อ ก็สามารถรับประทานได้ แต่ห้ามในกลุ่มหอยสังข์ ปลาหมึก
            เนื้อที่สามารถรับประทานได้ ก็คือ เนื้อแกะ เนื้อเป็ด เนื้อไก่ ตับวัว ตับไก่ ตับหมู เป็นต้น อาหารที่พึงหลีกเลี่ยง คือ เนื้อหมู หมูแฮม เบคอน
            ส่วนผักที่ควรรับประทานก็อย่างเช่น ผักใบเขียว มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง แต่ที่ไม่ควรรับประทานก็คือกะหล่ำปลี กะหล่ำดอก มันฝรั่ง
            สำหรับกลุ่มผลไม้ที่แนะนำคือ ลูกพรุน สับปะรด แต่ที่ไม่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปโอ คือ ข้าวโพด เพราะจะไปขัดขวาง กระบวนการผลิตสารอินซูลินในร่างกายที่ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาล ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้
             ส่วนมะพร้าว ส้ม ก็ควรหลีกเลี่ยง รวมกระทั่งถึงอาหารที่ทำมาจากแป้งสาลี เพราะแป้งสาลีจะทำให้ลำไส้ทำงานไม่ปกติ เกิดอาการไม่สบายได้ นอกจากนี้แล้วสิ่งที่ต้องห้ามอีกกลุ่มหนึ่งของเลือดกรุ๊ปโอก็คือผลิตภัณฑ์จากนม ทั้งนมพร่องมันเนย โยเกิร์ต ไอศกรีม
            ส่วนในกลุ่มของน้ำมันนั้น ถ้าใช้น้ำมันมะกอกก็จะเกิดผลดีต่อกระเพาะอาหาร
และลำไส้เพื่อป้องกันไม่ให้กระเพาะอาหารเกิดภาวะมีกรดเกลือมากผิดปกติ และยังช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กอีกด้วย
            คนเลือดกรุ๊ปโอ ยังมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคแผลเน่าเปื่อยหรือเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่นๆอีกด้วย ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารเพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

สี (Colour)

สี (Colour)
สี (Colour) หมายถึง ความเข้มของแสง ลักษณะของแสงที่ปรากฏให้ตาเห็น ถ้าไม่มีแสงเราก็ไม่สามารถเห็นสีได้ สีมีความเกี่ยวพัน
        กับองค์ประกอบทุกอย่างที่ประกอบกันเป็นภาพ เป็นสิ่งที่ช่วยให้สิ่งต่างๆมีความสวยงามมากขึ้น  เราจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสีเพื่อนำไป
        ใช้ในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ เช่น
 1. วงจรสี นักปราชญ์ได้นำสีที่มีอยู่ในธรรมชาติมาจัดวางเรียงกันเป็นวงกลมได้ 12 สี เรียกว่า "วงจรสี" เพื่อสะดวกในการนำมาใช้
        ในกิจกรรมการเขียนภาพระบายสี การออกแบบต่างๆ การตกแต่ง เป็นต้น ได้แก่ สีเหลือง เขียวเหลือง เขียว เขียวน้ำเงิน น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน
        ม่วง ม่วงแดง แดง ส้มแดง ส้ม และส้มเหลือง
 นอกจากนี้ยังมีสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสีอีก 6 คู่สี ดังนี้  เหลือง+ม่วง, เขียวเหลือง+ม่วงแดง, เขียว+แดง, เขียวน้ำเงิน+ส้มแดง,
        น้ำเงิน+ส้ม, ม่วงน้ำเงิน+ส้มเหลือง
 เราสามารถแบ่งแยกสีได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ แม่สีของช่างเขียน แม่สีของนักวิทยาศาสตร์ และแม่สีของนักจิตวิทยา
 - แม่สีของช่างเขียน เริ่มจากสีพื้นฐาน และได้สีเพิ่มขึ้นจากการนำสีสองสีมาผสมกันจะได้สีเพิ่มมากขึ้น
  สีพื้นฐาน มี 3 สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน
  สีขั้นที่สอง ได้จากการนำสีสองสีจากสีพื้นฐานมาผสมกันในปริมาณที่เท่ากัน จะได้สีใหม่ 3 สี ได้แก่ แดง+เหลือง เป็น สีส้ม,
        แดง+น้ำเงิน เป็น สีม่วง, เหลือง+น้ำเงิน เป็น สีเขียว
  สีขั้นที่สาม ได้จากการนำสีสองสีจากสีขั้นที่สองมาผสมกัน เกิดสีขึ้นใหม่  6 สี และสามารถนำมาผสมกันให้ได้สีที่แตกต่างกัน
        อีกมากมาย
 2.) คุณลักษณะของสีมี 3 ประการ คือ
 - วรรณะ (Hue) หมายถึงชื่อของสี เช่น สีเหลือง เขียว เหลืองเขียว โดยไม่คำนึงถึงสีสดใสหรือสีทึบ เราสามารถแบ่งวรรณะของสีใน
        วงจรหรือวงล้อสีออกเป็น 2 วรรณะ คือ
  วรรณะสีร้อน ให้ความรู้สึกร้อนหรืออุ่น ได้แก่ สีเหลือง ส้มเหลือง ส้ม ส้มแดง แดง ม่วงแดง การใช้วรรณะสีร้อนจะให้
        ความรู้สึกเข้าใกล้ตัวเรามากกว่าวรรณะสีเย็น
  วรรณะสีเย็น ให้ความรู้สึกเย็น สงบ ได้แก่ สีเหลืองเขียว เขียว เขียวน้ำเงิน น้ำเงิน ม่วงน้ำเงิน ม่วง
 - คุณค่า (Value) หมายถึง สีที่สดใส สีกลาง สีทึบ ของสีแต่ละสี ซึ่งสีแต่ละสีจะมีคุณค่าเป็นของตัวเอง เริ่มจากความชัดที่สุดจนเกือบ
        เป็นสีขาว ไปถึงที่มืดที่สุดจนเกือบเป็นสีดำ
 - ความเข้มของสี (Intensity) คือ คุณสมบัติด้านความสดใส และความไม่สดใส ของสีซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสีที่ประกอบอยู่ เช่น การ
        ใช้สีที่มีคุณค่าเป็นสีสดใสระบายลงบนพื้นที่มีสีไม่สดใส สีที่สดใสก็จะมีความสว่างและเด่นมากขึ้น สีที่ไม่สดใสก็จะดูไม่สดใสยิ่งขึ้น
 3.) จิตวิทยาการใช้สี ในทางจิตวิทยา สีมีอิทธิพลต่อจิตใจและอารมณ์ของมนุษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากสีที่มองเห็นในชีวิตประจำวัน
        มีคุณค่าต่ออารมณ์และจิตใจของคนเป็นอย่างมาก การพิจารณาเลือกใช้สีในการสร้างสรรค์งานศิลปะต้องพิจารณาสภาพสีโดยรวมของงาน
        ซึ่งสภาพสีโดยรวมช่วยทำให้เกิดความงาม มีความกลมกลืน และเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น เช่น
  สีเหลือง  ให้ความรู้สึก สว่าง สดใส
  สีแดง  ให้ความรู้สึก ร้อนแรง ตื่นเต้น เร้าใจ อันตราย
  สีชมพูอ่อน ให้ความรู้สึก นุ่มนวล อ่อนโยน
  สีเขียว  ให้ความรู้สึก สดชื่น ปลอดภัย เจริญเติบโต
  สีน้ำเงิน  ให้ความรู้สึก หนักแน่น สุภาพ เงียบขรึม สงบ
  สีม่วง  ให้ความรู้สึก เยือกเย็น เศร้าโศก มีเสน่ห์ ลึกลับ
  สีเทา  ให้ความรู้สึก ใจเย็น สง่า ฉลาด สุขุม
  สีน้ำตาล            ให้ความรู้สึก อบอุ่น แห้งแล้ง
  สีขาว  ให้ความรู้สึก สะอาด เรียบร้อย บริสุทธิ์ กว้าง
  สีดำ  ให้ความรู้สึก เศร้าโศก หวาดกลัว เหงา

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

คอมพิวเตอร์คืออะไร

คอมพิวเตอร์คืออะไร



ประวัติ พีรกานต์ แสงเพ็ชร

ชื่อ - นามสกุล      พีรการต์  แสงเพ็ชร

วันเกิด                25 พฤษภาคม 2543
สถานที่เกิด           กระบี่

สัญชาติ               ไทย                           ศาสนา   อิสลาม
จำนวนพี่น้อง         2 คน                         กรุ๊ปเลือด   o
ส่วนสูง                139ซม.                     น้ำหนัก    25

นิสัยส่วนตัว            สนุกสนาน 

สีที่ชอบ      ขาว , ชมพู

อาหารจานโปรด     แกงส้มชะอมกุ้ง

ขนมสุดโปรด    Chocolate , Cheese

ผลไม้ที่ชอบ     แอบเปิ้ล , สับปะรด

ดอกไม้ที่ชอบ   กุหลาบขาว

ของสะสม        เกี่ยวกับอียิปต์ , The little mermaid

งานอดิเรก       ออกกำลังกาย

กีฬาที่ชอบ     แชร์บอล
นักร้องคนโปรด    ใบเตย
นักแสดงหญิงชื่นชอบ  แพนเค้ก



คติประจำใจ   ทำวันนี้ให้ดีที่สุด